วิธีเลือกกล่องใส่อาหาร ให้เหมาะกับการใช้งาน

เลือกกล่องใส่อาหารให้เหมาะกับการใช้งาน

หากวันนี้เราต้องพูดถึงเรื่องกล่องใส่อาหารกันนั้น ซึ่งอย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า กล่องใส่อาหารในปัจจุบันนี้มีหลากหลายแบบเป็นอย่างมาก ดังนั้นแล้ว หากเราจะเลือกกล่องใส่อาหารสักหนึ่งกล่อง ก็ควรที่จะเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเรา และในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับกล่องใส่อาหารประเภทต่าง ๆ ว่าแต่ละประเภทนั้นเหมาะกับการใช้งานอย่างไร เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา พร้อมแล้วตามเรามาได้เลยค่ะ

1. กล่องใส่อาหารแบบแบ่งช่อง

สำหรับกล่องใส่อาหารแบบแบ่งช่องนั้น จะมีขนาดที่เล็กกะทัดรัด สามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการจัดเตรียมอาหาร 1 มื้อ เนื่องจากมีการแบ่งช่องไว้เป็นสัดเป็นส่วน ดังนั้นแล้ว ผู้ใช้งานจึงสามารถใส่ได้ทั้งข้าว กับข้าว และผลไม้ได้ภายในกล่องเดียว ถือได้ว่าเป็นกล่องใส่อาหารที่เอื้ออำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ใช้เพียงแค่จัดเตรียมอาหารใส่แบ่งไว้ จากนั้นนำไปแช่เย็น และเมื่อต้องการนำออกไปรับทาน ผู้ใช้ก็เพียงแค่นำออกมาเข้าไมโครเวฟ และนำออกไปรับประทานนอกบ้านได้เลย

2. กล่องใส่อาหารรูปแบบมาตรฐาน พร้อมมีฝาปิดล็อค

แน่นอนว่า กล่องใส่อาหารแบบมาตรฐานนั้น เราเชื่อมั่นว่า ต้องมีติดบ้านกันทุกหลัง เพราะกล่องใส่อาหารประเภทนี้นั้น สามารถใช้งานได้หลากหลาย ใช้ได้ตั้งแต่การเตรียมใส่วัตถุดิบเพื่อนำไปปรุงอาหาร หรือบรรจุอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้ว มีหลากหลายขนาดให้เลือกใช้ ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ และขนาดพกพาที่สามารถนำไปใช้นอกบ้านได้ แต่ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือ การเลือกวัสดุ ซึ่งผู้ใช้ต้องเลือกวัสดุให้ตรงกับการใช้งาน

3. กล่องใส่อาหารแบบเก็บอุณหภูมิ

สำหรับกล่องใส่อาหารแบบเก็บอุณหภูมินั้น เหมาะสำหรับการเตรียมอาหารเพื่อไปรับประทานนอกบ้าน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการนำไปทานที่ทำงาน หรือไปปิกนิกนอกบ้าน เพราะกล่องใส่อาหารแบบเก็บอุณหภูมินั้น จะสามารถเก็บรักษาคุณภาพของอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีความแข็งแรง และทนทาน แต่ทั้งนี้ ก็ตามมาด้วยน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น

4. กล่องใส่อาหาร แบบปิ่นโต

สำหรับเพื่อน ๆ ท่านใด ที่อยากจัดอาหารมื้อหนักแบบจัดเต็ม เราขอแนะนำว่า ให้เพื่อน ๆ เลือกใช้กล่องใส่อาหารแบบปิ่นโตกันเลยค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นกล่องใส่อาหารแบบพกพา และมีการแบ่งเป็นชั้น ๆ ไว้อย่างเป็นสัดส่วนแล้วนั้น ยังสามารถล็อครวมกัน เพื่อให้พกพาสะดวกขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันนี้ ก็มีปิ่นโตที่มีการดีไซน์ให้ทันสมัยมากขึ้น พร้อมกับมีฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอีกด้วย

5. กล่องใส่อาหารขนาดเล็ก เน้นพกพาสะดวกสบาย

หากวันไหนเพื่อน ๆ ต้องเดินทางไปนอกบ้าน แล้วเน้นความคล่องตัว เราขอแนะนำว่า ควรเลือกกล่องใส่อาหารขนาดเล็ก โดยเน้นไปที่ใบเล็กพกพาง่าย มีเก็บล็อคอย่างดี ไม่ทำให้เลอะเทอะ และที่สำคัญ ต้องมีน้ำหนักเบา

6. เลือกกล่องใส่อาหารตามมูลค่าของอาหาร

ร้านอาหารที่ขายอาหารที่ค่อนข้างมีราคาสูง มักจะเลือกกล่องใส่อาหารที่ Premium ตามมูลค่าของอาหาร ซึ่งก็ดูสมเหตุสมผล ที่ทำให้อาหารนั้นดูดีขึ้นตามไปด้วย แต่สำหรับร้านอาหารที่ขายอาหารราคาไม่แพง หรือราคาถูก ก็อาจจะเลือกกล่องใส่อาหารที่มีราคาถูก เพื่อเน้นประหยัดต้นทุน ทำให้ราคาอาหารนั้นไม่แพงจนเกินไป

7. เลือกกล่องใส่อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับร้านอาหารที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมจะนิยม กล่องใส่อาหารชานอ้อย กล่องใส่่อาหารเยื่อธรรมชาติ กล่องคราฟ

8. เลือกกล่องใส่อาหารตามขนาด/รูปร่าง

อาหารบางประเภท ทางร้านอาหารจะเน้นกล่องกลม เช่น สลัดต่างๆ หรืออาหารบางประเภท เช่น ซูชิ มักจะเลือกกล่องสี่เหลี่ยมแบบยาว เพื่อความสวยงาม น่ารับประทาน และอาหารทะเล เช่น กุ้งเผา ปลาเผา ฯลฯ ก็มักจะเลือกกล่องใส่อาหารขนาดใหญ่ หรือ น้ำพริกต่างๆ ก็มักจะเลือกกล่องกลมขนาดเล็ก ที่ดูพอดีกับปริมาณทีซื้อขายกัน